สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) หรือ สสส. ร่วมกับสถาบันวิจัยและให้คำปรึกษาแห่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้โครงการบ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม ภายใต้ชื่อ “Learn–Show–Grow Connect” ระหว่างวันที่ 20–21 กุมภาพันธ์ 2569 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เพื่อเปิดพื้นที่ถอดบทเรียนจากศูนย์บ่มเพาะทั้ง 6 โหนดทั่วประเทศ พร้อมเชื่อมโยงผู้ประกอบการ ภาคีเครือข่าย และผู้สนใจด้านธุรกิจเพื่อสังคม

ในช่วง Panel 4 หัวข้อ “6 Big Lessons of Thai Social Business” ตัวแทนจาก มหาวิทยาลัย
ราชภัฏรำไพพรรณี นำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อาภาพร บุญมี คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และรองประธานกิจการเพื่อสังคมสวนบ้านแก้ว ได้ถ่ายทอดประสบการณ์การดำเนินงานของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคมของมหาวิทยาลัย

การนำเสนอสะท้อนจุดเริ่มต้นจากการจัดตั้งกิจการเพื่อสังคม “สวนบ้านแก้ว” และการดำเนินงานจริงในพื้นที่ ซึ่งทำให้มหาวิทยาลัยมีความเข้าใจบริบทผู้ประกอบการอย่างลึกซึ้ง ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนากลไกการบ่มเพาะที่ตอบโจทย์ความต้องการจริง โดยเฉพาะการพัฒนา SE Clinic Model รูปแบบการให้คำปรึกษาแบบเฉพาะราย (One-on-one) อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาจริงของกิจการ

จากการดำเนินงานที่ผ่านมา ศูนย์ฯ ได้จัดกิจกรรมอบรมรวม 17 วัน มีผู้เข้าร่วมทั้งสิ้น 40 คน จาก 8 กลุ่มธุรกิจ และสามารถพัฒนาสู่กลุ่มเติบโตได้ 6 กลุ่ม ส่งผลให้ผู้ประกอบการมีความชัดเจนในโมเดลธุรกิจ สร้างผลกระทบทางสังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม และเกิดความเข้มแข็งในระดับพื้นที่

นอกจากการนำเสนอของศูนย์ฯ แล้ว ผู้ประกอบการภายใต้การบ่มเพาะของมหาวิทยาลัยยังได้เข้าร่วมจัดแสดงผลงานภายในงาน ได้แก่ Sisterly Jewelry และ กลุ่มประทีปแก้ว ซึ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานและภาคีเครือข่ายเป็นอย่างดี

โดยเฉพาะกลุ่มประทีปแก้ว ได้รับเกียรติขึ้นร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในเวทีหัวข้อ “What must change in the next 12 months” สะท้อนข้อเสนอเชิงปฏิบัติจากมุมมองผู้ประกอบการต่อการพัฒนาระบบสนับสนุน การเข้าถึงตลาด และกลไกความร่วมมือที่จำเป็นต่อการเติบโตของธุรกิจเพื่อสังคมในปีถัดไป

การเข้าร่วมเวทีครั้งนี้จึงไม่เพียงเป็นการนำเสนอผลการดำเนินงานของศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการทางสังคม มรภ.รำไพพรรณี เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของผู้ประกอบการในพื้นที่ที่สามารถก้าวสู่เวทีระดับประเทศ พร้อมทั้งมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางอนาคตของระบบนิเวศผู้ประกอบการทางสังคมไทยอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน.